การไหว้เจ้าให้ถูกต้องตามหลักวิชาฮวงจุ้ย

0

การไหว้เจ้าให้ถูกต้องตามหลักวิชาฮวงจุ้ย ข้อสำคัญคือ ไม่ว่าจะตั้งบูชาสิ่งใดๆ เอาไว้ในบ้าน คนจีนมัก จะเรียกศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งไว้ว่า ” เจ้า ” ทั้งสิ้น สำหรับ เรื่องของการกราบไหว้ บูชา ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงนั้น คนจีนถือกันมาแต่โบร่ำโบราณว่า ” การจะไหว้เจ้าให้ได้สมความปรารถนา หรือ ประสบความสำเร็จตามที่ต้องการนั้น ต้องประกอบไปด้วย ศรัทธา สมาธิ เครื่องบวงสรวงเซ่นไหว้ ขั้นตอน ทิศทางและฤกษ์ยามในการไหว้ โดยมีรายละเอียดที่สำคัญและควรเรียนรู้ดังต่อไปนี้

การไหว้เจ้าให้ถูกต้องตามหลักวิชาฮวงจุ้ย

1. ที่ตั้งเจ้า
ในวิชาฮวงจุ้ยกล่าวไว้ว่า ที่ตั้งเจ้า เป็นหนึ่ง ในตำแหน่งสำคัญที่กำหนดเอาไว้ใน ” ลิวซื่อ ” หรือ หกตำแหน่งที่สามารถส่งผลกระทบดีร้ายกับชีวิตและดวงชะตาของคนในบ้านได้ ดังนั้น ตำแหน่งที่ตั้งเจ้าในอาคารบ้านเรือน นั้น นอกจาก จะต้องกำหนดที่ตั้งให้สอดคล้องกับหลักฮวงจุ้ยรูปลักษณ์แล้ว ยังจะต้องตั้งวางอยู่ในตำแหน่งมงคลของบ้าน อีกด้วย กล่าวคือ

  • การตั้งเจ้าให้ถูกต้องตามหลักวิชาฮวงจุ้ยรูปลักษณ์นั้น จะต้องไม่ตั้งเจ้าหันหน้าไปทางหลังบ้านอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้เพราะเจ้าที่หันหน้าไปทางหลังบ้านจะขาดไร้ความสามารถ ในการปกป้องคุ้มครองคนในบ้าน
  • การตั้งเจ้าที่ดี ตั้งไม่วางอยู่ในตำแหน่งหลังอิงบันได อิงห้องน้ำ หรืออิงเตาไฟ เพราะจะทำให้คนในบ้าน ไร้วาสนา ขาดบารมี ไม่มีคนนับหน้าถือตา ไม่ตั้งหิ้งพระเอาไว้เหนือประตูทางเข้า ไม่ตั้งหิ้งบรรพบุรุษหันไปทางโต๊ะอาหาร
  • ตำแหน่ง ” ที่ตั้งเจ้า ” ที่เป็นมงคลมากที่สุด ก็คือ ตำแหน่งประธานของบ้าน ซึ่งก็คือ พื้นที่บริเวณตำแหน่งหลังอิงของบ้าน นั่นเอง

2. การไหว้เจ้าในบ้าน
ถ้ามีหลายตำแหน่งจะต้องเริ่มจากการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อันดับสูงสุดเป็นอันดับแรกก่อน จากนั้น ก็ให้ไหว้เรียงลำดับตามความสำคัญลงมา ซึ่งตามปกติกำหนดเอาไว้ตามลำดับเอาไว้ดังนี้

1. พระพุทธเจ้า,  2. พระอรหันต์,  3. พระโพธิสัตว์,  4. ปึงเถ้ากง 5. เจ้าที่ตี่จู๋เอี้ย, 6. หิ้งบรรพบุรุษ และ 7. สัมภเวสี

3. ในกรณีที่จะไปกราบไหว้เจ้านอกบ้าน
ควรกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านให้เสร็จสมบูรณ์เสียก่อน ทั้งนี้ เพื่อขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านโปรดช่วยปกปักรักษาบ้านเรือน รวมทั้งคนในบ้านในขณะที่เราไม่อยู่ ขอให้ช่วยปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยขณะเดินทางไปไหว้เจ้า อีกทั้งขอให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราปรารถนาทุกอย่างทุกประการ แต่ทั้งนี้ ต้องแน่ใจว่าก่อนออกจากบ้าน ธูปเทียนที่ไหว้พระในบ้านนั้นดับเรียบร้อยแล้ว

4. เครื่องบวงสรวงเซ่นไหว้
การไหว้เจ้า ทั้งนอกบ้านในบ้านนั้น ตามปกติจะกราบไหว้บูชาโดยใช้เพียง ดอกไม้ ธูป เทียนก็ย่อมได้ แต่ในกรณีที่ไหว้ตามพิธีการ หรือไหว้ตามกาลเวลาที่กำหนด เช่น ไหว้ฟ้าดินเพื่อตั้งตี้จู๋เอี้ย ไหว้ขนมจ้าง ไหว้ขนมบัวลอย ก็สมควรต้องใช้เครื่องเซ่นไหว้ด้วยจึงจะเป็นมงคล

ทั้งนี้ จะใช้เครื่องเซ่นไหว้ จำนวน 3 อย่าง 5 อย่าง หรือ 10 อย่าง ก็ได้ หมายเหตุ ให้ละเว้นเครื่องเซ่นไหว้จำนวน 1 อย่าง กับ 7 อย่าง ทั้งนี้ เพราะคนจีนถือมาแต่โบราณว่า การไหว้เจ้าด้วยของเซ่นไหว้เพียงอย่างเดียวจะทำให้ผู้ไหว้เกิดความโดดเดี่ยว ในขณะที่ ใช้เครื่องเซ่นไหว้ จำนวน 7 อย่าง ถือเป็นจำนวนอัปมงคลสำหรับ หลักการเลือกเครื่องเซ่นไหว้ที่สำคัญและคนให้ความสนใจมากที่สุด ก็คือ การเลือกตามความหมายเครื่องเซ่นบูชา เช่น

  • น้ำชา จะช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ การติดต่อประสานงานที่ดี
  • ปลา เป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ หรือ การมีกินมีใช้ตลอดทั้งปี
  • วุ้นเส้น หมี่เหลือง เพื่อให้มีอายุที่ยืนยาว และเป็นสุข
  • เต้าหู้ (ก้อน) เพื่อให้มียศถาบรรดาศักดิ์ ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง
  • กระเพาะหมู เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดี หรือมีกินมีใช้สมบูรณ์
  • กระเทียม (ผักมงคล) เพื่อให้ลูกหลานดี มีผู้สืบสกุลที่ดี
  • ขนมกู๋ช่าย (รูปใบโพธิ์เคลือบสีแดง) เพื่อให้สมความปรารถนา มีอายุยืนนาน
  • ซาลาเปา เพื่อให้มีเงินเหลือเก็บเหลือใช้ หรือมีเงินทองเพิ่มพูน
  • ขนมถ้วยฟู เพื่อให้คนในบ้านเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่งร่ำรวยรวดเร็ว
  • ขนมบัวลอยแดง (สาคูแดง) เพื่อให้คนในบ้านมีความสามัคคีกลมเกลียว
  • ถั่วงา (ถั่วตัด แตงเคลือบน้ำตาล) เพื่อให้การกินอยู่มีความอุดมสมบูรณ์
  • ส้ม เพื่อความเป็นมงคล ขอความโชคดี มั่งคั่งร่ำรวย
  • กล้วยหอม กวักเงิน กวักทอง เรียกโชคลาภเข้าบ้าน
  • ลูกพลับ เพื่อให้คนในบ้านมีมนุษย์สัมพันธ์ดี
  • แอปเปิล เพื่อความเสมอภาค ทำสิ่งใดมีแต่ความราบรื่น
  • องุ่น เพื่อให้เกิดโชคลาภเป็นกลุ่มก้อน มีความเจริญรุ่งเรือง
  • สัปปะรด เพื่อให้หูตากว้างไกล ดูแลอย่างทั่วถึง
  • สาลี่ เพื่อให้บังเกิดผล (ตามที่ปรารถนา) รวดเร็วขึ้น
  • ลำไย (ผลไม้เป็นพวง) เพื่อให้เกิดโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์

 

5. ผู้รอบรู้ทักทายว่า
การไหว้เทพเจ้า นั้น ถ้าต้องการให้สมความปรารถนาต้องไหว้ด้วย ส้ม กล้วย หอม ซาลาเปา ขนมถ้วยฟู การไหว้เพื่อให้เกิดเสน่ห์ต้องเซ่นไหว้ด้วยเครื่องเซ่นที่ทำให้เกิดความสวยงาม เช่น ไหว้ด้วยแป้ง ส่วนการไหว้เทพบัณฑิตควรไหว้ด้วยผลไม้ สำหรับ การไหว้ให้เรียนหนังสือเก่งต้องไหว้ด้วยโรตีสายไหม สำหรับ การไหว้เทพเจ้าองค์ใดเป็นครั้งแรกนั้น ผู้รอบรู้กำหนดให้ไหว้ด้วยขนมกู๋ช่าย ซึ่งถือนัยว่าเป็นการยกครู และจะนำมาซึ่งโชคลาภและความสำเร็จ “

6.  ตำแหน่งที่ ตั้งวางเครื่องเซ่นไหว้นั้น
ตามปกติถือหลักความสวยงาม และโดยทั่วไปคนจีนมักจัดเรียงเครื่องเซ่นไหว้ ตามลำดับ โดยเริ่มจากตำแหน่งใกล้กับกระถางธูปลงมา ดังต่อนี้

  1. น้ำชา
  2. อาหารเจ (เจไฉ่)
  3. ซาลาเปา ขนมถ้วยฟู
  4. ขนมหวาน สาคูแดง
  5. ข้าวสวย
  6. อาหารคาว
  7. ผลไม้
  8. เครื่องบรรณาการ

7. คนจีนโบราณยึดหลักว่า
” ผู้อาวุโสมากที่สุดในบ้านเป็นผู้นำไหว้ (ผู้ไหว้คนแรก) และผู้ที่มีอาวุโสรองลงมาไหว้ในลำดับรองกันลงมา ผู้หญิงที่เนื้อตัวไม่สะอาด (มีรอบเดือน) ผู้รอบรู้ทักทายว่าไหว้ได้แต่ไม่ควรเดินนำหน้า ข้อสำคัญคือ ไม่ควรจับเครื่องบวงสรวงเซ่นไหว้

8. ธูปหอมถือเป็นสื่อกลาง
ในการนำศรัทธาสมาธิของผู้กราบไหว้ให้ไปสู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังกราบไหว้ สำหรับ จำนวนธูปที่ใช้ ยึดถือดังนี้

  • ธูป 3 ดอก หมายถึง พระรัตนตรัย
  • ธูป 5 ดอก หมายถึง พลังแห่งเบญจธาตุ
  • ธูป 9 ดอก หมายถึง ความเจริญก้าวหน้า
  • ธูป 10 ดอก หมายถึง สิบพลังฟ้า
  • ธูป 12 ดอก หมายถึง สิบสองพลังดิน หรือ ตลอดปี 12 เดือน
  • ธูป 16 ดอก หมายถึง สิบหกชั้นฟ้า ใช้ไหว้แป๊ะกงหรือพระพรหม
  • ธูป 24 ดอก ใช้ไหว้บวงสรวงตอนออกศึก
  • ธูป 27 ดอก ใช้สำหรับ กราบไหว้เทพปรมาจารย์ทางศาสตร์ฮวงจุ้ย

9. เครื่องบรรณาการ
เป็นเครื่องเสริมสิริมงคลให้กับผู้ไหว้ การถวายเครื่องบรรณาการแก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเจ้า บรรพบุรุษ คนจีนโบราณเชื่อว่า เมื่อไหว้สิ่งใดไปก็จะได้สิ่งนั้นกลับมา แต่การไหว้สัมภเวสี ก็ควรต้องเลือกเครื่องบรรณาการ และเครื่องบรรณาการที่สำคัญมีดังนี้

  • กิมฮวย เครื่องประดับรูปดอกไม้ที่มีหางนกยูงติดอยู่
    ใช้สำหรับประดับกระถางธูป ( 1 คู่) ถือเป็นเครื่องบรรณาการชั้นสูง จึงไม่ควรใช้ไหว้สัมภเวสี หรือแม้แต่ ปักกระถางธูปบรรพบุรุษ
  • เทียงเถ่าจี้ (เทียงกิม) เงินตราสวรรค์
    ใช้ถวายเทพเจ้า จำนวน 1 ชุด และมักจะใช้คู่กับหงิ่งเต้า หรือกระถางเงินกระถางทอง ซึ่งหมายถึงการถวายเงินทองแก่เทพเจ้าเพื่อสร้างความเป็นมงคลกับผู้เซ่นไหว้ เทียงเถ่าจี้ ถือเป็นเครื่องบรรณาการชั้นสูง จึงไม่ควรใช้ไหว้สัมภเวสี หรือ บรรพบุรุษ
  • หงิ่งเตี๋ย กระดาษทองใหญ่ เป็นเครื่องบรรณาการระดับกลาง
    ใช้ถวายเทพระดับล่างดังนั้น คนจีนโบราณจึงใช้หงิ่งเตี๋ยสำหรับไหว้ ปึงเถ้ากง ตี้จู๋เอี๊ย บรรพบุรุษ และสัมภเวสี โดยใช้ 1 คู่ เป็นอย่างน้อย คนทั่วไปมักไหว้เท่ากับจำนวนเดือน หนึ่งปี มี12 เดือน ก็ใช้ 12 คู่
  •  กิมจั๊ว กระดาษทอง
    มี 2 ขนาด คือ ขนาดเล็กกับขนาดใหญ่ ในปัจจุบันคนจีนที่นิยมใช้กิมจั๊วมาพับเป็นรูปต่างๆ เพื่อใช้ไหว้เทพเจ้าตั้งแต่เจ้าที่ขึ้นไป เช่น รูปก้อนทอง เรือ สัปปะรด น้ำเต้า ฟักทอง รูปถ้วย และรูปกระทง เป็นต้น สำหรับ กิมจั๊วที่จะใช้เซ่นไหว้ บรรพบุรุษ สัมภเวสี นั้น ส่วนมากจะใช้เป็นแผ่นที่มิได้ทำเป็นรูปร่าง อย่างไรก็ตาม ……. ในปัจจุบันมีการพับกิมจั๊วไหว้บรรพบุรุษเหมือนกัน แต่มักกำหนดว่าถ้าจะใช้ไหว้เจ้าให้กระดกส่วนปลายชี้ขึ้น
  • ใบเบิกทาง
    เป็นกระดาษนำทางที่ใช้เซ่นไหว้คนตาย ทั้งนี้ เพื่อให้ใช้เป็นเงินค่าผ่านทาง ดังนั้น ใบเบิกทางจึงจะต้องเผาก่อนเครื่องบรรณาการอื่นๆ ในการไหว้ทุกครั้งกำหนดให้ใช้ใบเบิกทางจำนวน 4 ปึกซึ่งหมายถึง 4 ฤดูกาล