เมื่อใดที่เราต้องปรับปรุงฮวงจุ้ยของบ้าน

0

สำหรับ ผู้ที่เริ่มปรับปรุงอาคารบ้านเรือนตามฮวงจุ้ยนั้น ผู้รอบรู้หลักวิชาให้ข้อคิดเอาไว้ว่า “ ต้องเข้าใจอยู่เสมอว่า สิ่งที่สอดคล้องกับหลักฮวงจุ้ยจะนำไปสู่โชคและความสำเร็จ แต่สิ่งที่ขัดแย้งกับหลักวิชาฮวงจุ้ยนอกจาก จะทำให้ความโชคดีมาเยือนได้อย่างล่าช้าแล้ว ถ้าสิ่งที่ขัดแย้งนั้นมีลักษณะข่มพิฆาตก็จะนำเอาความเคราะห์ร้ายมาให้คนในบ้านได้อีกทางหนึ่งด้วย ”

การซื้อบ้านหรือปลูกบ้านใหม่ จำเป็นต้องใช้หลักวิชาฮวงจุ้ยเพื่อช่วยในการตรวจสอบลักษณะดีร้าย ความสอดคล้องขัดแย้งระหว่างผู้อยู่กับอาคารบ้านเรือน ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา หรือในกรณีที่ตนเองกำลังประสบกับปัญหาไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านธุรกิจ การเงิน การงาน ปัญหาทางด้านสุขภาพ ฯลฯ บุคคลเมื่อกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้

ต้องทำการปรับปรุงหรือทำฮวงจุ้ยใหม่ ซึ่งมีดังนี้ :-

  • การต่อเติมอาคารบ้านเรือน
    อาคารบ้านเรือนหลังใดหากมีการแก้ไขฮวงจุ้ยของอาคารบ้านเรือนไว้แล้ว หากเวลาผ่านไปเจ้าของบ้านมีโครงการที่จะต่อเติมบ้านหรือ สร้างบ้านเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปลูกสร้างบนที่ดีส่วนที่เหลือ หรือมีการซื้อที่ดินเพิ่มเติมหรือปลูกสร้างอาคารหลังใหม่เชื่อมต่อกับอาคารหลังเดิม ทั้งไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อพื้นที่ด้วยทางเดินหรือหลังคา ตามหลักวิชาถือว่าฮวงจุ้ยที่ดีของอาคารหลังนั้นได้รับผลกระทบที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางฮวงจุ้ยขึ้น จำเป็นที่จะต้องทำการปรับปรุงฮวงจุ้ยใหม่ ยกเว้น การต่อเติมอาคารบ้านเรือนส่วนที่ขาดให้สมบูรณ์
  • การรื้อถอนอาคารบ้านเรือนออกบางส่วน
    อาคารบ้านเรือนที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขฮวงจุ้ยของอาคารให้ถูกต้องตามหลักวิชาเรียบร้อยแล้ว ต่อมา เจ้าของบ้านมีความจำเป็นที่จะต้องรื้อถอน หรือ ตัดทอนส่วนหนึ่งส่วนใด ของอาคารบ้านเรือนนั้น ออกไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ อาคารบ้านเรือนหลังนั้นก็จำเป็นที่จะต้องทำการตรวจสอบปรับปรุงฮวงจุ้ยเสียใหม่เพื่อให้เกิดความสมดุลและสอดคล้อง ยกเว้น …การรื้อถอนส่วนที่ยื่นเกินออกเพื่อก่อให้เกิดความสมดุลกับอาคารหลังนั้น
    ทั้งนี้เพราะการต่อเติมและการรื้อถอนอาคารบ้านเรือน ในหลักวิชาฮวงจุ้ยยืนยันว่า ย่อมทำให้สภาพของอาคารบ้านเรือนเปลี่ยนแปลงไปอย่างน้อยใน 3 ส่วน อันได้แก่ รูปทรงของอาคารบ้านเรือน , ขนาดของอาคารบ้านเรือน (ที่เพิ่มขึ้น หรือลดลง) และ จุดศูนย์กลางและตำแหน่งต่างๆ ในภายในอาคารบ้านเรือนที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น จึงสมควรต้องมีการตรวจสอบปรับปรุงแก้ไข จัดวางฮวงจุ้ยของอาคารบ้านเรือนหลังนั้นเสียใหม่
  • การทาสีหรือการเปลี่ยนสีของอาคารบ้านเรือนใหม่
    โดยใช้โทนสีที่แปลกแตกต่างไปจากเดิม ก็สามารถส่งผลกระทบทำให้ฮวงจุ้ยของอาคารบ้านเรือนเปลี่ยนแปลงไปได้ ต้องมีการตรวจสอบฮวงจุ้ยใหม่ เช่นกัน
  • การเพิ่มขึ้น หรือลดลงของจำนวนสมาชิกภายในบ้าน
    ในวิชาฮวงจุ้ยกล่าวยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงทางด้านจำนวนของสมาชิกภายในบ้าน ก็ส่งผลกระทบกับฮวงจุ้ยของอาคารบ้านเรือนได้ ทั้งนี้ เพราะพฤติกรรมของคนหรือผู้อยู่อาศัยภายในบ้านมีส่วนสำคัญ ทำให้ฮวงจุ้ยของเคหสถานเปลี่ยนแปลงไป ยกตัวอย่างเช่น หากจำนวนสมาชิกภายในครอบครัวเพิ่มขึ้น บ้านหลังนั้นก็จะมี พลังหยางเพิ่มมากขึ้น
    การปรับปรุงบ้านก็จำเป็นต้องให้เกิดความสมดุล และรวมถึงการจัดวางเตียงนอน ทิศหัวนอน ของสมาชิกใหม่ ในทางตรงกันข้ามหากสมาชิกภายในบ้านลดลง ไม่ว่าจะเป็นการย้ายออกไปอยู่หอพัก อพาร์ทเมน ก็ทำให้พลังหยางภายในบ้านลดลง จำเป็นที่จะต้องทำการปรับปรุงฮวงจุ้ยใหม่เพื่อให้เกิดความความสัมพันธ์สอดคล้องกันสมดุล

  • การแต่งงาน หรือ การอยู่ร่วมกันของสามีภรรยา
    ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ต้องปรับปรุง ฮวงจุ้ยของอาคารบ้านเรือนใหม่ โดยเฉพาะฮวงจุ้ยของห้องนอนและเตาไฟ ทั้งนี้ เพราะผู้รอบรู้ยืนยันว่าการตั้งเตียงนอนคนโสดนั้น ให้ตั้งเตียงหันหัวนอนไปสู่ทิศมงคลของแต่ละคน แต่เมื่อแต่งงานกันแล้วหลักการกั้นห้องตั้งเตียงที่ถูกต้องจะต้องพิจารณาจากดวงชะตาของบุคคลทั้ง 2 คน ทั้งนี้ เพราะนอกจาก จะทำให้ชีวิตรักเป็นไปอย่างราบรื่นแล้ว ยังทำให้มั่งคั่งร่ำรวย มีทรัพย์สินเงินทองเพิ่มขึ้น อีกด้วย
  • บิดา มารดาหรือสมาชิกภายในบ้านถึงแก่กรรม
    ก็เป็นอีก หนึ่งสาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ต้องปรับปรุงฮวงจุ้ยของอาคารบ้านเรือนใหม่ ทั้งนี้ เพราะเดิมบิดามารดาเป็นประธานของบ้าน เมื่อประธานของบ้านจากไปแล้ว ก็จำเป็นต้องตั้งประธานของบ้านขึ้นใหม่ ซึ่งจะต้องใช้ดวงชะตาของทายาทให้การพิจารณาความสอดคล้องระหว่างดวงชะตาของคนและดวงชะตาของบ้าน ส่วนกรณีของสมาชิกภายในบ้านถึงแก่กรรมก็ควรตรวจสอบหาความผิดปกติที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในอาคารบ้านเรือนและรีบทำการปรับปรุงแก้ไขความผิดปกติทางฮวงจุ้ย